Diacetyl หรืออีกชื่อหนึ่งว่า 2,3 butanedione เป็นสารที่ถูกผลิตจากยีสต์เมื่อเกิดการสันดาบของ alpha-acetolactate กับโลหะหรือออกซิเจนใน wort ในช่วงการ aging เบียร์ ยีสต์จะทำการดูดซับ diacetyl และเปลี่ยนไปเป็น alcohol ที่ไม่มีรสชาติชื่อ 2,3 butanediol

ในเบียร์ lager นั้น brewer ทุกคนพูดในทิศทางเดียวกันว่า การที่มี diacetyl หลงเหลืออยู่ในเบียร์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเบียร์นั้นถูก aging ไม่เพียงพอ

Diacetyl ยังสามารถได้จากเบียร์ที่ติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบคทีเรีย Pediococcus และในเบียร์ที่มีรสชาติหรือกลิ่นที่เกิดจากแบคทีเรียก็คือเบียร์ติดเชื้อนั่นเอง (ยกเว้นเบียร์ lambic)

เป็นเรื่องที่ประหลาดที่ถ้าเราถามว่าเบียร์อะไรที่เราไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องของ diacetyl มากที่สุด คำตอบก็คือเบียร์ lager นั่นเอง เพราะเบียร์ประเภทนี้ต้องหมักเป็นเวลานานจึงทำให้ยีสตืมีเวลาเหลือเฟือในการจัดการ diacetyl ที่อยู่ในเบียร์ และด้วยธรรมชาติของยีสต์ lager ที่จะไม่ตกตะกอนอยู่ด้านล่างถังหมักจึงทำให้ยีสต์สัมผัสกับน้ำเบียร์และทำปฏิกิริยากับเบียร์ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ในช่วง 20 ปีหลังได้มีการพัฒนาและเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคในการจัดการ diacetyl brewer ได้เรียนรู้ว่าเราสามารถเร่งขบวนการๆ aging ได้ด้วยการเพิ่มอุณหภูมิหลังการหมัก และขบวนการนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า diacetyl rest ขบวนการ diacetyl rest เป็นขบวนการๆ ลดระดับ diacetyl ให้น้อยลงได้ในเบียร์ทุกประเภท

ใน brewer ส่วนใหญ่จะมองว่าเบียร์ที่มี diacetyl หลงเหลืออยู่เป็นเบียร์ที่เสียเนื่องจาก diacetyl มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียของเบียร์อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่อย่างไรก็ตาม brewer บางคนก็ชอบให้มี diacetyl หลงเหลืออยู่ในเบียร์เล็กน้อยเพื่อเพื่มความซับซ้อนของกลิ่นและรสชาติในเบียร์ ถ้าเราต้องการจะทำเบียร์เราให้มีปริมาณ diacetyl สหลงเหลืออยู่ สามารถทำได้โดยใช้ยีสต์ที่มีค่า flocculent สูง หมักในอุณหภูมิห้อง และทำการถ่ายเบียร์ใส่ keg หรือขวดโดยให้มีปริมาณยีสต์อยู่ในนั้นน้อยๆ และทำการ aging สั้นๆ