โดยปกติแล้วเบียร์ที่มีค่า ABV สูงจะมีรสชาติหวานกว่า และแน่นกว่าเบียร์ที่มีค่า ABV ต่ำ อันเนื่องมาจากปริมาณ malt ที่เราใส่เข้าไป ยิ่งเราใส่ malt เข้าไปเท่าไหร่ก็จะมีปริมาณน้ำตาลมากขึ้นเท่านั้นสำหรับยีสต์ในการหมัก ซึ่งมีผลทำให้ ABV มากตามขึ้นไปด้วย เพื่อที่จะ balance ความหวานที่มีมากเกินไป brewer จะใส่ hop เพิ่มเพื่อเพิ่มความขมให้กับเบียร์ของตนเอง

อันนี้ไม่ได้หมายความว่าเบียร์ที่มีค่า ABV ต่ำจะมีรสชาติจืด เพราะแทนที่ brewer จะใช้การอัด malt เพื่อรสชาติ เค้าจะใช้เทคนิคการใช้ yeast, hop, และ การใส่ specialty malt ในการเพิ่มรสชาติให้กับเบียร์แทน

สำหรับยีสต์ การที่เราทำเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์มากๆ นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับยีสต์ เพราะยีสต์สามารถต้านทานระดับแอลกอฮอล์ได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น และระบบภายในของมันจะหยุดขบวนการๆ ผลิตแอลกอฮอล์ทันทีเมื่อมีปริมาณแอลกอฮอล์ในถังหมักถึงระดับหนึ่ง ซึ่งระดับความต้านทานแอลกอฮอล์นั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของยีสต์ที่เราเลือกใช้ จึงทำให้ ABV ของเบียร์ที่หมักโดยขบวนการทางธรรมชาติถูกจำกัดอยู่แค่เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น

1

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียวที่จะทำเบียร์ที่มีค่า ABV สูงๆ มี Brewer หลายๆ เจ้าที่พยายามทำเบียร์ที่มี ABV สูงๆ เช่น เพื่อที่จะ craft เบียร์ Stout (ที่มี ABV ที่ 15 – 20) Dog Fish ใช้ยีสต์ถึง 7 ประเภท และใช้เวลาหมักมากกว่า 7 เดือน ในการ craft เบียร์ และยีสต์ที่เป็น world record ของการ craft เบียร์ธรรมชาติที่มี ABV สูงที่สุดในโลกนั้นคือ ale yeast ของ Sam Adams ซึ่งวัด ABV ได้ถึง 29 เปอร์เซ็นต์(แรงกว่า Porter อีก) รายการด้านล่างเป็นลิสต์รายชื่อของเบียร์ที่แรงที่สุดในโลก (ไล่ตามระดับความแรง) ซึ่งส่วนใหญ่จะ craft เพียงครั้งเดียวแล้วไม่มีการ craft ซ้ำอีกเลย

1

29% Dave, HAIR OF THE DOG BREWING COMPANY
39% Black Damnation IV, DE STRUISE BROUWERS
40% Schorschbock 40%, SCHORSCHBRAU
41% Sink The Bismarck! , BREWDOG
43% Schorschbock 43%, SCHORSCHBRAU
55% The End of History, BREWDOG
57.5% Finis Coronat Opus, SCHORSCHBRAU
60% Start the Future, ‘T KOELSCHIP
65% Armageddon, BREWMEISTER

Advertisements