เราสามารถแบ่งคนส่วนใหญ่ได้เป็น 3 กลุ่ม คือ nontaster, taster และ supertaster อัตราส่วนโดยคร่าวๆ ของคนเหล่่านี้จะอยู่ที่ 25, 50 และ 25 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ แต่จะมีคนอีกจำนวนน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ที่จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม super-supertaster

แล้ว supertaster คืออะไรกันหละ? เราอาจจะคิดว่าการเป็น supertaster นั้นน่าจะทำให้เรามีความสุขกับการกินและการดื่ม แต่ความเป็นจริงแล้วมันตรงกันข้าม เพราะเนื่องจาก supertaster คือคนที่ความสามารถในการรับรู้รสชาติได้มากกว่าปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากความสามารถในการรับรู้รสชาติของลิ้นของ supertaster ที่ดีเยี่ยม (supertaster โดยมากจะเป็นผู้หญิง) ส่วน super-supertaster ก็จะรับรู้รสชาติได้ดียิ่งเข้าไปใหญ่

การจัดประเภทของคนจะช่วยให้เราจัดประเภทของเบียร์ที่เหมาะสมกับการดื่มได้ถูกต้อง เราสามารถวิธีการอธิบายความแตกต่างระหว่าง taster และประเภทของเบียร์ที่เหมาะสมดังนี้

supertaster จะมีความรู้สึกว่าเบียร์มีรสชาติขมมากๆ และคนเหล่านี้จะหลีกเลี่ยงที่จะดื่ม hoppy เบียร์เช่น IPA และจะชื่นชอบเบียร์ที่มีปริมาณ hop น้อยๆ เช่น lager และมี supertaster บางรายที่ถึงกับบอกว่าปริมาณแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในเบียร์ทำให้ริมฝีปากของเค้าไหม้ ทั้งๆ ที่ปริมาณแอลกอฮอล์นั้นจะน้อยมากก็ตาม ฉะนั้นสำหรับ supertaster นั้นเหล้า และ hard liquor อื่นๆ เป็นสิ่งที่เค้าไม่อยากจะแตะมากที่สุด

nontaster จะเป็นกลุ่มที่อาจจะบอกได้ว่าดื่มได้ทุกอย่าง สามารถในการทนความขมของ hop นั้นจะสูงมาก แต่คนเหล่านี้จะไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างรสชาติของเบียร์ที่ใช้ Columbia hop และ Cascade hop ได้ ซึ่งถ้าเป็น supertaster แล้ว จะสามารถบอกข้อแตกต่างระหว่าง เบียร์ 2 ประเภทนี้ ได้อย่างแม่นยำ ถ้าเค้าเหล่านั้นต้องถูกฝึกการดื่มเบียร์มาแล้ว แต่ถ้ายังไม่ผ่านการฝึกมา supertaster เหล่านี้ก็จะบอกได้แค่ว่า เบียร์ทั้ง 2 ชนิดนี้ขมมาก

1

ส่วนประเภท taster จะเป็นพวกที่โชคดีคือจะมีความรู้สึกดีต่อการดื่มเบียร์เกือบทุกประเภท แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า nontaster และ supertaster จะไม่มีความสุขกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพียงแต่ต้องเลือกดื่มให้ถูกประเภท

nontaster จะไม่มีปัญหาถ้าจะกระดก double shot tequila ในคราวเดียว ส่วนการดื่มเบียร์ต้องเน้นเบียร์ที่มีรสชาติขมและเข้มๆ เช่น stout ส่วน supertaster ถ้าเรียนรู้เรื่องการดื่มและเลือกที่จะดื่มก็จะสามารถดื่มเบียร์และไวด์ได้อย่างสนุก

รสชาติของเบียร์จริงๆ แล้วเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีของสารที่อยู่ในเบียร์กับต่อมรับรสที่อยู่ในลิ้นของคนเรา สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเราเป็น nontaster taster และ supertaster ก็คืิอจำนวนของต่อมรับรสชาติที่มีอยู่ไม่เท่ากัน โดยความหนาแน่นของต่อมของ supertaster จะมากกว่า 30 ต่อมต่อ 100 mm2, สำหรับ taster จะอยู่ที่ 15 ถึง 30 ต่อมต่อ 100 mm2, และ nontaster จะมีต่อมรับรสชาติน้อยกว่า 15 ต่อมต่อ 100 mm2

วิธีที่มีประสิทธิภาพในการวัดจำนวนต่อมเหล่านี้คือวิธีการย้อมสี เราสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการดื่มไวด์แดง และกรวกให้ทั่วลิ้น และนำเอากระดาษมาเจาะรูขนาด 6 มม. (ใช้ที่เจาะกระดาษ) จากนั้นให้นำเอากระดาษมาวางทาบลิ้นและนับจำนวนต่อม ที่ตอนนี้ถูกย้อมให้เป็นสีเข้มขึ้นด้วยไวด์ ถ้าเราเห็นต่อมน้อยกว่า 4 เราจะเป็น nontaster ถ้าเราเห็นต่อม 4-8 เราจะเป็น tasterและจะเป็น supertasterหรือ super-supertaster ถ้าเราเห็นต่อมมากกว่า 8

Advertisements