เราอาจจะคิดว่าเวลา bottle เบียร์นั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ความเป็นจริงนั้นมันไมได้ง่ายเลย แต่ก็ยังเป็นโชคดีของเราที่ศัตรูของเราในการ bottle เบียร์มีแค่สามสิ่งเท่านั้นคือ แสง อ๊อกซิเจน และ ความร้อน

Dry hop

ความร้อน และแสงจะทำลายรสชาติของเบียร์ และทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่า hopocalypse ขึ้น ปฏิกิริยานี้จะทำให้น้ำมันใน hop ที่ให้เกิดรสชาติและกลิ่นในเบียร์แตกตัว และสิ่งที่หลงเหลืออยู่จากปฏิกิริยานี้ก็คือกลิ่นฉุนๆ คล้ายๆ กับกลิ่นของกัญชา และรสชาติที่คล้ายๆ ดิน ปฏิกิริยาเคมีนี้ทำลายเบียร์ที่ hoppy ทั้งหมด และวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันคือการใส่เบียร์ในขวดสีน้ำตาลเพื่อกรองคลื่นแสงในช่วงที่ทำให้เกิดปฏิกิริยานี้ เบียร์ที่อยู่ในขวดสีใส หรือสีเขียวจะไม่สามารถป้องกันปฏิกิริยานี้ได้ และจะดียิ่งขึ้นถ้าเราบรรจุเบียร์เราในกระป๋องเหล็กซึ่งสามารถป้องกันแสงได้ 100 เปอร์เซ็นต์

เรายังมีเงื่อนไขอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึงนั่นก็คือลักษณะของการ bottle condition ที่จะเกิดขึ้นในภาชนะบรรจุต่างๆ Brewer บางคนจะใช้วิธีการอัดคาร์บอนไดออกไซด์ลงไปในขวดหรือกระป๋องเลย (force carbonate) แต่ Brewer บางคนก็ยังคงใช้วิธีการดั่งเดิมในการ carbonate เบียร์โดยการให้เกิดการหมักขึ้นภายในถังหมักที่สามารถรับแรงดันได้ เพื่อให้ยีสต์สร้างคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้น และเกิดการ carbonate ในถังหมักตามธรรมชาติและวิธีการสุดท้ายในการ carbonate เบียร์ก็คือการใส่น้ำตาลในภาชนะบรรจุ และให้เกิดการ carbonate ภายในภาชนะบรรจุ

2

วิธีการให้เกิดการ carbonate ตามธรรมชาติในภาชนะบรรจุมีข้อดีที่การ force carbonateไม่มีคือ ถ้าเราให้ยีสต์ยังมีน้ำตาลกินในขวด ไม่แค่ยีสต์จะเปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นแอลกอฮอล์ และสร้่างคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ยีสต์ยังจะกำจัดอ๊อกซิเจนที่เล็ดลอดในขณะที่เราทำการบรรจุขวดอีกด้วย และจะทำให้เราสามารถบ่มเบียร์ได้เบียร์ที่มีคุณภาพดีกว่า และรักษาเบียร์ได้ดีกว่าวิธีการ force carbonate

Advertisements