สิ่งที่ยากที่สุดเมื่อเราต้องการที่จะ เพิ่มหรือลดปริมาณเบียร์ที่จะทำในแต่ละครั้งคือ ปริมาณ hop ที่จะใส่เนื่องจาก อัตราส่วนของผิวหน้าของ wort เทียบกับปริมาณ wort จะเปลี่ยนไป (surface to volume ratio) เมื่อเราลดปริมาณเบียร์ที่เราทำการต้ม ในการต้มเบียร์จำนวนมากค่า surface to volume จะมีอัตราส่วนน้อย แต่ถ้าเราต้มเบียร์จำนวนน้อยลงในหม้อเดิม จะทำให้ surface to volume มีค่ามากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ hop acids และน้ำมัน hop เพราะสารจาก hop ทั้งสองตัวนี้จะลอยขึ้นมาอยู่บนผิวหน้าของหม้อต้ม ถ้าเรามีผิวหน้าของ wort ต่อปริมาณ wort มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะทำให้เราสูญเสียสารเหล่านี้ในเวลาต้มมากขึ้นเท่านั้น ปัญหาเดียวกันเกิดขึ้นในขณะที่หมักเบียร์ด้วยเช่นกัน เมื่อฟองจากการหมักลอยขึ้นไปอยู่บนผิวหน้าของถังหมัก มันก็จะนำพาสารเหล่านี้ออกไปพร้อมกับก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่สร้างขึ้นด้วย

ดอก hop

เราจะต้องใช้ปริมาณ hop ต่อแกลลอนมากขึ้น เมื่อเราลดปริมาณเบียร์ที่เราทำเนื่องจากประสิทธิภาพในการดึงสารสกัดจาก hop ในการทำ homebrew จะน้อยลง อีกอย่างที่เกี่ยวกับน้ำมัน hop คือ เราจะสูญเสียมันมากขึ้นถ้าเราใช้ถังเล็กลง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่าจำนวนฟิล์มที่ผิวระหว่างอากาศและของเหลว

สรุปคือถ้าเราลดปริมาณเบียร์ที่ทำ น้ำมัน hop จะหายไปจากเบียร์มากขึ้น ให้ใส่ hop มากขึ้น อาจจะเริ่มต้นที่ 25-33 เปอร์เซนต์มากกว่าของที่ใส่ปกติ แต่การบาลานซ์ น้ำมัน hop ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะว่าการใส่ hop เพิ่มนั่นหมายถึงความขมที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ในโรงทำเบียร์ขนาดใหญ่ถ้าลดปริมาณลง เค้าจำเป็นต้องใส่ hop เพิ่มขึ้นเพื่อเบียร์มีความขมเท่าเดิม

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการลดปริมาณเบียร์ที่ทำคือให้ศึกษาเกี่ยวกับเบียร์ของเรา คือ ให้ดม และชิมเบียร์ และโฟกัสไปที่ hop ที่อยู่ในเบียร์ ว่ากลิ่นที่ได้เหมือนกับที่เราทำหรือเปล่า ความเข้มข้นของกลิ่นเป็นอย่างไร ความขมอยู่ระดับไหน

Advertisements