สูตรการทำเบียร์โดยส่วนใหญ่จะบอกเราถึงข้อมูลปริมาณน้ำ wort ก่อนต้ม แต่จริงๆ แล้วปริมาณน้ำ wort ที่เหลือหลังต้มมีความสำคัญกว่า

ปริมาณน้ำ wort มีความสำคัญมาก เพราะมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเข้มข้นของทุกๆ อย่างที่ละลายอยู่ใน wort เรา ทั้ง SG, ความขม และสี ทั้งหมดนี้ถูกกระทบโดยปริมาณน้ำ wort ทั้งสิ้น เพราะว่าหม้อต้ม wort ของ brewer จะมีอัตราการระเหยของน้ำต่างๆ กัน ตามรูปร่างและวัสดุที่ใช้ทำหม้อ ความหนา และวิธีการให้ความร้อนทำให้เราไม่สามารถหาสูตรได้ตายตัวว่าจะต้องใส่น้ำก่อนต้ม wort ปริมาณเท่าไหร่

การต้ม wort

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ gravity ของ wort เป็นอย่างที่เราต้องการคือการวัด gravity หลังต้ม และใส่น้ำร้อนเพิ่มเพื่อปรับ gravity วิธีนี้ gravity ของ wort หลังต้มจำเป็นที่จะต้องสูงกว่าค่าที่เราต้องการนิดหน่อยถึงจะสามารถใช้วิธีนี้ได้ และเคสส่วนใหญ่เมื่อเราปรับให้ปริมาณ wort ใกล้เคียงกับค่าตามสูตรแล้วค่าความขมของเบียร์ และรสชาติจะใกล้เคียงกับค่าที่เราต้องการ

การใช้เทคนิคนี้ เราต้อง
1. รู้ปริมาณ wort หลังต้มที่แม่นยำ
2. คำนวนว่ามีปริมาณ extract ที่ละลายอยู่ใน wort เท่าไหร่
3. คำนวนหาค่าน้ำร้อนที่ต้องใช้ในการปรับ
4. เพิ่มน้ำลงไปในหม้อต้ม
วิธีที่ง่ายที่สุดในการหาปริมาณ wort คือการใช้ไม้ยาวที่ทำ scale ไว้แล้วจุ่มลงไปในหม้อต้ม เพื่อวันปริมาณ wort

1

ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าสูตรบอกว่าควรได้ปริมาณ wort 5 gallons (19 L) และมีค่า 1.048 SG (12° Plato) แต่เวลาเราต้มจริงแล้วเราได้ 4.3 gallons (16.3 L) และมีค่า 1.055 SG (13.5° Plato) หลังการต้ม
ขั้นแรกให้เราหาว่ามี extract อยู่เท่าไหร่ ด้วยการ

ปริมาณ extract ที่มีอยู่ (kg) = (L ของ wort) × (specific gravity) × (° Plato) = (16.3) × (1.055) × (0.135) = 2.32 kg

ขั้นที่สองหาว่าต้องใช้น้ำร้อนเท่าไหร่ในการปรับ

ปริมาณน้ำควรเป็น = (kg extract present) ÷ {(target SG) × (target° Plato)} = (2.32) ÷ {(1.048) × (0.12)} = 18.45 L

หลังจากคำนวนตัวเลข 2-3 ตัวแล้วเราก็ใส่น้ำร้อนลงไปให้ได้ปริมาณ wort ที่เราคำนวนได้ ให้ wort เรามีปริมาณ 18.45L ด้วยการใส่น้ำเพิ่มเข้าไป 2.15L

Advertisements