การฟิวเตอร์เบียร์สามารถฟิวเตอร์ได้สองสิ่งคือ ตะกอนที่มีขนาดเล็กและกลิ่น ขนาดความละเอียดของฟิวเตอร์เป็นตัวบอกว่าฟิวเตอร์นี้สามารถฟิวเตอร์ตะกอนที่ละเอียดได้ในระดับไหน โดยตะกอนที่มีขนาดใหญ่กว่าแผ่นฟิวเจอร์จะถูกดักติดอยู่ในฟิวเตอร์

2

ฟิวเตอร์ผ้า, กระดาษ และ diatomaceous earth (DE) (ฟิวเตอร์ที่ใช้กับสระน้ำ) ใช้ในการจัดการตะกอนที่มีขนาดเล็ก เราเรียกฟิวเตอร์เหล่านี้ว่า depth filters ของเหลวจะใหลผ่านฟิวเตอร์เหล่านี้ผ่านฟิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ดักจับตะกอนที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของฟิวเตอร์ไว้ภายใน ฟิวเตอร์ชนิดนี้จะมีระบุถึงขนาดของความละเอียดของฟิวเตอร์เช่น 5 ไมครอน หรือ 1 ไมครอน ฟิวเตอร์ 5 ไมครอนก็จะสามารถดักจับตะกอนที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอนได้ ฟิวเตอร์ 1 ไมครอนก็จะสามารถดักจับตะกอนที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 ไมครอนได้ตามลำดับ แต่ขนาดของความละเอียดของฟิวเตอร์เริ่มต้นเมื่อของเหลวใหลเข้าไปจะมีขนาดใหญ่กว่าที่ระบุในฟิวเตอร์เพื่อเป็นการกรองตะกอนที่มีขนาดใหญ่ออกก่อน ทำให้ฟิวเตอร์ไม่ตันง่าย depth filters นี้จะนิยมใช้กันเพื่อเพิ่มความใสให้กับเบียร์

1

ฟิวเตอร์อีกแบบหนึ่งเรียกว่า membrane filter ฟิวเตอร์ประเภทนี้สามารถกรองตะกอนที่มีขนาดเล็กได้ (0.5 ไมครอน) แต่มีข้อเสียคือจะตันเร็วมากถ้าใช้กรองตะกอนที่มีขนาดใหญ่เพราะขนาดของรูของฟิวเตอร์ชนิดนี้จะมีขนาดเท่ากันหมด ฟิวเตอร์ชนิดนี้จึงใช้หลังจากฟิวเตอร์ประเภท depth filters และจะใช้ในการกำจัดส่วนประกอบที่สามารถเน่าเสียได้ ยีสต์ส่วนใหญ่จะมีขนาดอยู่ที่ 5-10 ไมครอน ฉะนั้น 5 ไมครอนฟิวเตอร์เป็นขนาดที่ดีในการกำจัดยีสต์ออกจากเบียร์ และตะกอนของ protein/polyphenol

เคล็ดลับในการฟิวเตอร์คือ เราต้องฟิวเตอร์เบียร์เมื่อเบียร์เย็นจัดเท่าที่เป็นไปได้แต่ยังไม่เป็นน้ำแข็ง และถ้าเราต้องการเบียร์ใสมากๆให้เราฟิวเตอร์สองครั้ง เริ่มด้วย 5 ไมครอน และตามด้วย 1 ไมครอนฟิวเตอร์ การฟิวเจอร์สองชั้นนั้นจริงๆ แล้วไม่จำเป็น แต่มันจะทำให้ฟิวเตอร์ 1 ไมครอนสามารถใช้งานได้นานขึ้น และสุดท้ายถ้าเราต้องการกำจัดแบคทีเรียเพื่อเพิ่มอายุการเก็บของเบียร์ ให้เราฟิวเตอร์ด้วย 0.5 ไมครอนฟิวเตอร์ แต่ข้อควรระวังคือเราต้องแน่ใจก่อนว่าเบียร์เราใสแล้ว มิฉะนั้นฟิวเตอร์นี้จะตัน

Advertisements