ถ้าตอนนี้เรามีเบียร์อยู่บนโต๊ะ ทุกอย่างพร้อม แล้วต้องทำอะไรต่อดี?

 

ดม

ก่อนอื่นให้เราดมเบียร์เป็นอันดับแรกก่อนทุกๆ อย่าง ดมว่ามีกลิ่นที่รุนแรงจนเราต้องหันหน้าหนีหรือเปล่า โดยเฉพาะกลิ่นที่เกิดจากสารประกอบซัลเฟอร์ การดมกลิ่นให้เราดมแบบเร็วๆ เล็ก (ถ้าคิดไม่ออกให้คิดถึงเวลาที่สุนัขตำรวจตรวจดมของกลาง) การสูดกลิ่นลึกๆ ทีเดียวจะทำให้ประสาทรับกลิ่นเราไม่สามารถทำงานได้เป็นเวลานาน

1

หลังจากสูดกลิ่นเบียร์แล้วให้รอครู่หนึ่ง กลิ่นบางกลิ่นต้องการเวลาในการรับรู้ เวลาดมกลิ่นให้เรามีสมาธิตระหนักดูว่ากลิ่นที่เราสูดเข้าไปที่ให้เราคิดถึงอะไร ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญในกลิ่นของเบียร์ที่เราควรรับรู้ อย่ารีบร้อนเกี่ยวกับเรื่องสิ่งที่กลิ่นจะพาความจำเราไป เราอยู่ที่ไหน? ขนมปังปิ้งใช่ไหม? กุหลาบ? ลิปมัน? สิ่งที่ความจำจะพาเราไปอาจจะดูแปลกๆ แต่เวลาที่มันเกิดขึ้นมันจะทำให้เราแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ถ้าเราไม่ได้กลิ่นมากนัก ให้เราเขย่าแก้ว และถ้าดูเหมือนว่าเบียร์เย็นเกินไป ให้เราเอามืออุ่นๆ ของเราไปห่อแก้วไว้ และเขย่าแก้วเพื่ออุ่นเบียร์ กลิ่นของเบียร์ก็จะออกมา เคล็ดลับที่จะช่วยให้ประสาทรับกลิ่นของเรากลับมาสดชื่นใช้งานได้อีกครั้งหนึ่งก็คือการดมด้านหลังของมือเราเอง วิธีนี้การที่เราดมกลิ่นอื่น ๆ จะทำให้ประสาทการรับกลิ่นของเราสามารถรับกลิ่นเบียร์ได้อีกครั้ง หรือถ้าเราหยุดดมเบียร์ซักหนึ่งนาที ประสาทการรับกลิ่นเราก็จะกลับมาใช้งานได้เช่นเดียวกัน ให้เรากลับมาดมกลิ่นบ่อยๆ ในขณะที่ชิมเบียร์ในขั้นตอนต่างๆ ด้วย

2

มองและจิบเบียร์

เมื่อเราคิดว่าเราได้รับรู้ในสิ่งที่กลิ่นของเบียร์ให้กับเราหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะมาดูสี และความใสของเบียร์ ฟองเฮดของเบียร์ และความสามารถในการกักเก็บฟอง จากนั้นให้เราจิบเบียร์โดยให้เบียร์ค่อยๆ สัมผัสลิ้นและอุ่นเบียร์ที่อยู่ภายในปากโดยใช้ด้านล่างของปากเรา ช่วงนี้ให้สังเกตุดีๆ เรื่องรสชาติพื้นฐานเช่น ความหวาน ความเปรี้ยว และความขมที่จะค่อยๆ รู้สึกหลังสุด เพราะรสขมจะต้องใช้เวลาในการรู้สึกช้ากว่ารสชาติอื่นๆ

เรายังต้องสังเกตุเรื่องความรู้สึกของเนื้อเบียร์และคุณภาพของเบียร์ที่อยู่ในปากเราด้วย ระดับคาร์โบเนต ความฝาดของเบียร์ และความมัน จากนั้นให้ความสำคัญในช่วงเวลาหลังจากดื่มเบียร์ ดูว่ารสชาติติดปากนานไหม? นุ่มละมุลหรือเปล่า? รสชาติ hop, malt, ธัญญาพืชไหม้? หรือสิ่งอื่นๆ

ชิมด้วยจมูก

หลังจากนั้นให้จิบเบียร์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ให้พยายามนำกลิ่นเข้าสู่โพรงจมูกเพื่อรับกลิ่นของเบียร์ผ่านประสาทการดมกลิ่น คนทดสอบไวด์จะเรียกเทคนิคนี้ว่า “aspiration” นั่นก็คือการนำเบียร์จำนวนเล็กน้อยไว้ด้านล่างของปากชนกับด้านข้างของลิ้น เพื่อให้เบียร์อุ่นขึ้น หลังจากนั้นให้นำปลายลิ้นไปแตะที่ฟันบนสองซี่หน้าและสูดลมเข้าไปทางปาก ให้ลมใหลผ่านน้ำเบียร์ วิธีนี้จะทำให้เบียร์ปล่อยกลิ่นออกมา และถ้าเราหายใจเข้าออกทางปากถี่ๆ ก็จะทำให้กลิ่นของเบียร์แบบเข้มๆ ก้อนหนึ่งก็จะเข้าสู่จมูกของเราแบบเต็มๆ

เมื่อถึงสเต๊ปนี้โดยปกติคนทดสอบเบียร์จะกลืนเบียร์ลงไป เราสามารถกลืนเบียร์ลงไปด้วยเช่นกันและให้เราค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออกมาทางจมูก เราก็จะได้กลิ่นของเบียร์เหมือนกัน เลือกวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเรา แต่ข้อคำนึงคือเราต้องพยายามให้กลิ่นเข้าไปที่ประสาทรับกลิ่นของเราที่อยู่ด้านบนจมูกของเรา และเมื่อเราใช้วิธีที่ดีที่สุดเราก็จะได้รับกลิ่นอย่างเต็มที่ ให้หากลิ่นที่ออกมาแปลกๆ มีกลิ่นแปลกๆ ของ diacetyl หรือ DMS ไหม? มีกลิ่นอะไรรุนแรงหรือกลิ่นฝาดๆ หรือไม่? (โดยเฉพาะช่วงเวลาปลายๆ ของกลิ่น) มีกลิ่นกระดาษ หรือไม้ หรือกลิ่นเปรี้ยวๆ ที่ไม่เป็นที่ต้องการหรือเปล่า?

หลังจากที่ทำการดมและชิมเบียร์แล้ว ให้เราทำการวิเคราะห์ในระดับรวมๆ เนื้อเบียร์และความขมและคุณสมบัติของ malt และการหมักเข้ากันดีแค่ไหน? ถ้าเป็น lager เบียร์มีกลิ่นผลไม้ และเอสเทอร์หรือเปล่า? และความสมดุลย์ของกลิ่นเป็นอย่างไร? ทุกๆ องค์ประกอบเข้ากันได้ดีแค่ไหน? เบียร์นี้ถ้าเราดื่มจะดื่มได้กี่แก้ว? อีกหนึ่งปีเราจะจำเบียร์นี้ได้ไหม? หลังจากนั้น ถ้าเรามีเพื่อนดื่มให้คุยแลกเปลี่ยนประสพการณ์กับเพื่อนของเรา เพราะการดื่มคนเดียวอาจจะทำให้เราลืมอะไรสำคัญๆ เกี่ยวกับเบียร์ที่ดื่มไปได้

 

Advertisements