Gravity คือความหนาแน่นของ wort หรือเบียร์ที่ยังไม่ได้ผ่านขบวนการ ๆ หมัก และเป็นวิธีที่ง่ายในการวัดว่ามีน้ำตาลและของแข็งอื่นๆ ที่อยู่ในเบียร์ว่ามีอยู่เท่าไหร่ ในการวัด gravity นั้นจะมีด้วยกันอยู่สองหน่วยหลักๆ หน่วยแรกคือหน่วย Plato ซึ่งจะแสดงเป็นเปอร์เซนต์ของน้ำหนักของๆ แข็งที่ละลายอยู่ เช่น 10 ดีกรี Plato จะหมายถึงมีของแข็งละลายอยู่ 10% (แต่ถ้าเป็นหนังสือรุ่นเก่าๆ จะใช้หน่วยเป็น Balling ซึ่งเป็นหน่วยมาตราฐานในเวลานั้นจน ศาสตราจารณ์ Plato ได้แก้ไข) หน่วย Plato ส่วนใหญ่จะถูกใช้โดย brewer ชาวเยอรมัน และการ craft เบียร์ lager ทั่วๆ ไป แต่หน่วยนี้ไม่ใช่หน่วยเดียวที่ถูกนำมาใช้กันในการ craft เบียร์ ในการทำเบียร์ชาว Czech ก็ยังมีการใช้หน่วย Balling กันอยู่ และในการทำไวน์ คำว่า Brix ก็คือการวัดค่าโดยใช้หน่วย Balling นั่นเอง แต่คำว่า Brix จะไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการ craft เบียร์

1

คนอังกฤษจะใช้หน่วยเรียกการวัดความถ่วงจำเพาะอีกหน่วยที่เรียกว่า original gravity (OG) นี่เป็นหน่วยที่วัดความถ่วงจำเพาะของน้ำ (อัตราส่วนน้ำหนักของ wort เปรียบเทียบกับน้ำหนักน้ำในปริมาณที่เท่าๆ กัน) ค่า 10 และ 12 Plato ของ wort จะมีค่า OG 1.040 และ 1.049 ตามลำดับ ความหมายของ 1.040 และ 1.049 คือจำนวนเท่าของน้ำหนักของ wort ที่หนักกว่าน้ำบริสุทธิ์ โดยปกติเลขหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าเราจะละไว้เพื่อความสะดวก และเรายังดูค่า OG เพื่อดูความแรงของแอลกอฮอล์ในเบียร์อีกด้วย

เนื่องจากผู้แต่งหนังสือเกี่ยวกับการ craft เบียร์ ช่วงแรกๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนอังกฤษ จึงทำให้คนอเมริกาส่วนใหญ่นึกถึงหน่วย OG ก่อนหน่วยอื่นๆ และหน่วยนี้ยังเป็นหน่อยที่ใช้กันปกติใน brewpub ด้วย

Drinkability คืออะไร?

Brewer ที่ทำเบียร์ lager ส่วนใหญ่จะคิดถึง Drinkability ก่อนสิ่งอื่นเสมอ พวกเขาได้ทำการค้นคว้าหลายๆ อย่างที่เกี่ยวกับ Drinkability แต่ยังไงก็ตามก็ยังเป็นการยากที่จะให้คำจำกัดความของคำว่า Drinkability
Au-gust Busch III ให้คำจำกัดความว่า

“เราหยุดดื่มเมื่อเรารู้ว่าเราต้องหยุดเมื่อไหร่แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเราไม่อยากดื่ม นี่คือความหมายของคำว่า Drinkability”

ด้วยคำจำกัดความนี้ ทำให้เกิดเบียร์ที่มีการใช้ hop ที่มีความขมน้อยมากในการทำเบียร์เกิดขึ้น สิ่งอื่นที่มีรสชาติจะถูกนำออกไปทั้วหมด รวมถึง malt ที่ถูกนำออกไปและแทนที่ด้วยข้าวโพดและข้าว เบียร์ที่ดื่มง่ายและไม่ทำร้ายรสชาติอาหารที่กินหลังดื่ม จึงเกิดขึ้นเพราะความหมายของคำว่า Drinkability
ชาว Belgians มีหน่วยวัดที่แตกต่างออกไปอีกแบบ เป็นหน่วยการวัดของตัวเองเรียกว่า Belgian degree ซึ่งบางทีอาจจะถูกเรียกว่า “degré Régie” ในหนังสือเล่มเก่าๆ หน่วยนี้จะถูกใช้ในการอ้างถึงเบียร์ประเภท abbey-style beer คือหน่วยที่ ทำการลบเลข 1.0 ออกจากspecific gravity ตัวอย่างเช่นเบียร์ 1.050 ก็จะกลายเป็น Belgian 5 ดีกรีเบียร์

การวัดความถ่วงจำเพาะ สามารถทำได้หลายรูปแบบ วิธีการที่ง่ายที่สุดคือการใช้ hydrometer ซึ่งจะลอยอยู่บนแท่งแก้ว และด้านบนของไฮโดรมิเตอร์จะมีมาตรวัดอยู่ ไฮโดรมิเตอร์ลอยสูงขึ้นไปเท่าไหร่มาตรวัดก็จะมีค่ามากขึ้นเท่านั้น นี่คือวิธีการทำงานของให้ไฮโดมิเตอร์ ค่าของให้ไฮโดมิเตอร์จะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของของเหลวที่วัด ด้วยเหตุผลข้อนี้จึงทำให้ไฮโดมิเตอร์ จะใช้วัดค่าที่แม่นยำที่สุดได้ในอุณหภูมิหนึ่งเท่านั้น

Advertisements