การ conditioning เบียร์คือการทำงานของยีสต์ เพราะฉะนั้นโลจิกง่ายๆ คือจำนวนยีสต์ที่มหาศาลที่อยู่ในถังหมักจะมีประสิทธิภาพกว่าจำนวนยีสต์ที่สงบนิ่งในขวดเบียร์ จึงแนะนำให้เราให้เวลาเบียร์ในการหมักให้เต็มที่ก่อนนำลงขวด

1

เมื่อเรามีการใส่น้ำตาล priming ลงขวดยีสต์จะเริ่มทำงานโดยผ่านสามขั้นตอนเหมือนการหมักในถัง รวมถึงผลลัพธ์ที่ได้จากขบวนการ ถ้าเราทำการบรรจุขวดเบียร์จากเบียร์ที่หมักไม่เสร็จ ยีสต์ที่อยู่ด้านในต้องทำงานหนักเป็นสองเท่าของปกติจากน้ำตาล priming ที่เราใส่ไป และสิ่งที่เหลืออยู่ในเบียร์ที่หมักไปเสร็จ จะทำให้เบียร์เราจบที่รสชาติเพี้ยน

เราไม่ได้บอกว่าการ bottle conditioning ไม่ดีเพียงแต่จะบอกว่ามันแตกต่างจากการทำการหมัก การใส่ priming และ bottle conditioning นั้นแตกต่างจากการหมักอย่างมากตรงที่อ๊อกซิเจนที่อยู่ด้านบนของขวด และน้ำตาล priming ถูกเพิ่มลงไปในเบียร์เพื่อคาร์โบเนตเบียร์ ผลลัพธ์ที่ได้จากการ bottle conditioning ก็คือเราจะได้เอสเทอร์ที่แตกต่างออกไปจากเอสเทอร์ที่ได้จากการหมัก ในเบียร์บางชนิดเช่น Belgian Strong Ale การ bottle conditioning จะสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเบียร์นั้นๆ ขึ้นมา โดยเราไม่สามารถสร้างรสชาติเหล่านี้ได้จากการ kegging

2

วิธีที่ดีที่สุดคือให้เวลาให้เบียร์ได้เกิดการหมักเสร็จสิ้นก่อนการ priming และบรรจุขวด ถึงแม้งว่ายีสต์จะจับตัวตกตะกอนและเบียร์ของเราใสแล้ว แต่ก็ยังมียีสต์ที่พร้อมจะทำงานเมื่อมีการ priming น้ำตาล ในการคาร์โบเนต

Advertisements