สำหรับ Brewer แล้วสำคัญมากที่จะต้องเข้าใจความหลากหลาย และคุณลักษณะของ Hop

ส่วนประกอบ hop

Hop คือดอกตัวเมียของ Hop Vine ซึ่งดอกตัวเมียเท่านั้นที่จะมี Lupulin Glans ที่มี Alpha, Beta Resin และ Oil อยู่

1

การวัดจำนวน Alpha และ Beta acids ที่อยู่ใน Hop จะวัดจากเปอร์เซนต์น้ำหนักของดอก Hop ถ้าเปอร์เซนต์ของ Alpha acid ในดอก Hop สูงหมายถึง Hop ชนิดนี้เวลานำไปใช้ทำเบียร์จะให้ความขมสูง ซึ่งเปอร์เซนต์นี้จะเปลี่ยนไปปีต่อปีตามผลผลิต Hop ที่ออกมา

Alpha resins จะไม่ละลายน้ำ นอกจากการนำเอา Hop มาต้มในน้ำเดือดอย่างน้อ 60 นาทีเป็นอย่างต่ำ

ส่วน Hop oil นั้นสามารถละลายน้ำได้ แต่จะระเหยไปกับไอน้ำในการต้ม Hop อย่างรวดเร็ว Hop oil จะทำให้เบียร์มีรสชาติก็ต่อเมื่อต้มในน้ำเดือดเพียง 5 ถึง 15 นาทีเท่านั้น และจะให้กลิ่นเมื่อเราต้มน้ำเดือดไม่เกิน 3 นาที เพราะเหตุผลนี้ทำให้ขบวนการการทำเบียร์มีการใส่ Hop ต่างชนิดกันในเวลาที่ต่างกัน

ส่วนหน่วยในการเรียกความขมของ Hop จะมีอยู่ด้วยกัน 2 หน่วยคือ Home Bittering Units (HBUs) และ International Bittering Units (IBUs)

HBU คือสำหรับ 5 แกลลอน wort (18.9 ลิตร) ของเบียร์ที่ทำให้ทำการคูณน้ำหนัก (ในหน่วย ounce) ของ Hop ที่ใช้กับค่า Alpha Acid (AA) ของ hop ซึ่งตัวเลข AA นี้จะมีเขียนไว้เวลาเราซื้อ hop และแตกต่างกันออกไปตามชนิดและปีของ hop ด้วย ตัวอย่างเช่น นำ hop ที่มีค่า AA = 5% มา 2 ounces ต้มลงในน้ำ 5 แกลลอน เป็นเวลา 60 นาที จะทำให้น้ำ wort เรามีความขมอยู่ที่ 10 HBU

IBU คือหน่วยที่วัดความขมในสัดส่วน มิลลิกรัมต่อลิตร เราสามารถประมาณค่า IBU ได้จากสูตรต่อไปนี้

IBU = (น้ำหนัก Hop (oz) x AA x %การดึง Alpha) / (จำนวน wort (แกลลอน) x 1.34)

%การดึง Alpha ให้คิดตามระยะเวลาที่ทำการต้ม Hop ในน้ำเดือด 27% ถ้าต้ม 90 นาที, 25% ถ้าต้น 60 นาที, 15% ถ้าต้ม 30 นาที และ 5% ถ้าต้ม 15 นาที

ตัวอย่างเช่น ต้ม Hop 1 oz 6% AA ในน้ำเดือด 60 นาที ใน wort 5 แกลลอน ค่า IBU จะได้ 22.3 IBU

Advertisements